เป๊ป กวาร์ดิโอลา วางแผนที่จะ "ชนะ ชนะ ชนะ" เมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องเดินทางไปเยือนเอฟเวอร์ตันในศึกพรีเมียร์ลีก ในขณะที่การลุ้นแชมป์ยังคงเข้มข้นและสูสี
ซิตี้ ซึ่งเพิ่งผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ด้วยการพลิกกลับมาเอาชนะเซาแธมป์ตันอย่างตื่นเต้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนหน้านั้นพวกเขาก็เพิ่งขึ้นไปรั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกหลังเอาชนะเบิร์นลีย์มาได้
อย่างไรก็ตาม อาร์เซนอลได้กลับขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงอีกครั้ง และอาจทำแต้มทิ้งห่างถึง 6 คะแนนหากพวกเขาเอาชนะฟูแล่มได้ในวันเสาร์ โดยที่ซิตี้ซึ่งยังมีเกมในมืออีกหนึ่งนัด มีโปรแกรมลงเตะในวันจันทร์
จากข้อมูลของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Opta ระบุว่า โอกาสที่ซิตี้จะชูถ้วยแชมป์ในปัจจุบันอยู่ที่ 29.7%
กวาร์ดิโอลาคาดหวังว่าจะได้เจอการทดสอบที่ยากลำบากที่สนามฮิลล์ ดิกกินสัน สเตเดียม แต่มั่นใจว่าทีมของเขามีดีพอที่จะเก็บสามแต้มเต็มที่เมอร์ซีย์ไซด์
"คู่แข่งที่เคี้ยวยาก — พวกเขาเป็นแบบนั้นเสมอ" กวาร์ดิโอลากล่าวถึงเอฟเวอร์ตัน "มันคงจะรู้สึกแปลกๆ เพราะสนามเก่าของเอฟเวอร์ตัน [กูดิสัน พาร์ค] นั้นเท่และสวยงามมาก ให้บรรยากาศแบบอังกฤษแท้ๆ ผมชอบไปที่นั่นนะ แต่ผมก็ตั้งตารอที่จะได้เห็นสนามใหม่เหมือนกัน"
"พวกเขาเล่นเกมรับได้ดีมาก เดวิด มอยส์ รู้ดีว่าต้องทำอะไร เกมที่เราเล่นที่เอติฮัด [ซิตี้ชนะ 2-0 ในเดือนตุลาคม] ตัดสินกันด้วยจังหวะแค่สองหรือสามครั้ง ซึ่งตอนนั้นเรายังทำได้ไม่ดีนัก"
"ตอนนี้เราดีขึ้นแล้ว และหวังว่าเราจะสามารถใช้เป้าหมายที่เรากำลังไล่ตามอยู่เป็นแรงผลักดันให้ ชนะ ชนะ ชนะ"
ทางด้านเอฟเวอร์ตัน ความหวังในการลุ้นพื้นที่ยุโรปต้องหยุดชะงักลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากแพ้รวดในช่วงท้ายเกมสองนัดติดต่อกัน จนทำให้อยู่อันดับที่ 11 แต่ก็ตามหลังไบรท์ตันอันดับ 6 เพียงแค่ 3 คะแนนเท่านั้น
นี่จะเป็นการพบกันครั้งที่ 16 ของเดวิด มอยส์ กับกวาร์ดิโอลาในพรีเมียร์ลีก โดยกุนซือชาวสกอตแลนด์ยังไม่เคยคว้าชัยชนะได้เลยตลอดช่วงเวลาที่คุมซันเดอร์แลนด์, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และเอฟเวอร์ตัน (เสมอ 2 แพ้ 13)
อย่างไรก็ตาม มอยส์ตั้งเป้าที่จะคว้าผลการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่จากซิตี้ โดยรู้ดีว่าสามแต้มจะทำให้พวกเขากลับเข้าสู่เส้นทางการลุ้นพื้นที่ยุโรปอย่างเต็มตัว
"นักเตะยังไม่ชินกับมัน" มอยส์กล่าวถึงการลุ้นไปเล่นฟุตบอลยุโรป "แต่มันเป็นความรู้สึกที่ดีกว่าการต้องพยายามหนีตกชั้น หวังว่าเราจะพัฒนาต่อไปและกล้าที่จะท้าทายทีมที่เก่งที่สุดได้"
"[ฟอร์มของซิตี้] ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีความสามารถที่จะทำอะไรแบบนี้ได้อยู่แล้ว แต่เรารู้ว่าถ้าเราทำสิ่งที่พิเศษออกมาได้ มันจะช่วยเราได้อย่างมหาศาล"
นักเตะที่น่าจับตามอง
เอฟเวอร์ตัน – เคียร์แนน ดิวส์บิวรี-ฮอลล์
มีเพียง อองตวน เซเมนโย (+4.5) และ แฮร์รี่ วิลสัน (+4.3) เท่านั้นที่มีผลต่างระหว่าง "จำนวนประตูที่ทำได้" กับ "ค่าความน่าจะเป็นที่จะเป็นประตู (xG)" ดีกว่า เคียร์แนน ดิวส์บิวรี-ฮอลล์ (+4.2 – ทำได้ 8 ประตู จากค่า xG 3.8) ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – เฌเรมี โดกู
ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ มีเพียง แคลลัม ฮัดสัน-โอดอย (26 ครั้ง) เท่านั้นที่สร้างโอกาสจากการลากเลื้อยพาบอลไปเองได้มากกว่า เฌเรมี โดกู (24 ครั้ง) ขณะที่การพาบอลเข้าสู่กรอบเขตโทษคู่แข่ง 82 ครั้งของเขานั้น มากกว่านักเตะคนอื่นๆ อย่างน้อย 9 ครั้ง นอกจากนี้เขายังทำไปแล้ว 4 แอสซิสต์ให้กับ เออร์ลิง ฮาลันด์ โดยมีเพียง บรูโน แฟร์นันด์ส (6 แอสซิสต์ให้ คาเซมิโร่) ที่ทำทางให้เพื่อนร่วมทีมคนเดียวได้มากกว่าเขา
ผลการแข่งขันที่คาด: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ
ซิตี้ไม่แพ้เอฟเวอร์ตันเลยตลอด 17 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก (ชนะ 14 เสมอ 3) นับตั้งแต่การแพ้ 0-4 เมื่อเดือนมกราคม 2017
เอฟเวอร์ตันแพ้เกมเหย้าในลีกให้กับซิตี้มาแล้ว 8 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติการแพ้ในบ้านต่อคู่แข่งรายเดียวที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร
ซิตี้อยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม ไม่แพ้ใครเลยใน 11 นัดหลังสุดในลีก (ชนะ 8 เสมอ 3) เก็บแต้มได้มากที่สุด (24 แต้ม) และเสียประตูน้อยที่สุด (8 ประตู) ในบรรดาทุกทีมในช่วงเวลาดังกล่าว
ในทางกลับกัน เอฟเวอร์ตันแพ้ในลีกมา 2 นัดติดต่อกัน ซึ่งพวกเขาไม่เคยแพ้ 3 นัดรวดมาตั้งแต่เดือนมกราคมฤดูกาลที่แล้ว
ทัพ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เสียประตูชัยในนาทีที่ 90 ในเกมพรีเมียร์ลีกสองนัดหลังสุดที่พบกับลิเวอร์พูลและเวสต์แฮม ซึ่งในประวัติศาสตร์ของรายการนี้ ยังไม่เคยมีทีมใดเสียประตูชัยนาทีที่ 90 ติดต่อกันถึงสามนัด
ความน่าจะเป็นในการชนะโดย OPTA
เอฟเวอร์ตัน – 24.7%
เสมอ – 23%
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – 52.3%